บทที่ 9 เจ้าหนูน้อยไออุ่น III

และภาพที่โอบนิธิได้เห็นอยู่ในเบื้องหน้า หลังจากที่วิ่งเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของเธอครู่ใหญ่ ก็คือคำตอบของเรื่องทั้งหมดที่เขาสงสัย

เรื่องที่ว่าเจ้าหนูน้อยคนนี้เป็นลูกของใคร เพราะเพียงแค่เขาได้เห็นหน้าเจ้าหนูน้อย ก็เชื่ออย่างสนิทใจ ว่านี่...คือผลผลิตที่มีเขาและเธอเป็นผู้ร่วมสร้างขึ้นมา

“อิง...”

เขาเรียกเธอเบาๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังอุ้มลูกขึ้นมากอดแนบอก สีหน้าของเธอไม่สู้ดีนัก เมื่ออุณหภูมิในร่างกายลูกยังคงพุ่งขึ้นสูงอย่างไม่ลดละ

“โอบมาด้วยหรอกเหรอ?”

นางเอื้อมเดือนหันมาถาม รับไหว้ชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เพราะไม่รู้ว่าบุตรสาวได้บอกความจริงกับโอบนิธิไปหรือยัง ว่าคนที่ถูกอุ้มอยู่ในขณะนี้ มีความสำคัญต่อคนทั้งคู่อย่างไร

“ครับ...ผมมาส่งอิง กลัวว่ารถจะติด”

“ขอบใจที่มาส่งน้อง ถ้าปล่อยให้กลับเองคงถึงบ้านช้า”

“แม่ไม่ได้เป็นอะไรเหรอครับ ผมก็นึกว่าแม่ไม่สบายเสียอีก”

เขาถามหยั่งเชิง แต่สายตากลับจดจ้องไปที่ภาพเบื้องหน้าไม่ละไปไหน อยากเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นให้ชุ่มฉ่ำใจ แต่อิงดาวกลับไม่ยอมเปิดโอกาสให้เขาง่ายๆ

“เจ้าไออุ่นไม่สบายต่างหาก ทั้งตัวร้อนและมีไข้สูงจนน่ากลัว แม่ก็เลยรีบตามอิงกลับมา”

“ไออุ่น”

คนตัวสูงเดินเข้าไปใกล้ แต่อิงดาวกลับถอยห่าง ไม่อยากให้เขาเห็นลูกเต็มตา กลัวว่าจะหาข้ออ้างในการปฏิเสธเขาไม่ได้ กลัวว่าเขาจะมาพรากเอาลูกไป เธอกลัวไปหมดทุกอย่าง

“เขาเป็นลูกของเราใช่ไหมอิง?”

“ไม่ใช่ค่ะ”

“อิง...” ชายหนุ่มเรียกเธอเสียงแผ่ว

“เขาไม่ได้เป็นลูกของพี่โอบ อิงท้องกับคนอื่นต่างหาก”

“คิดว่าพี่จะเชื่ออิงงั้นเหรอ?”

เขาย้อนถามพลางขยับเข้าใกล้อีกนิดจนเธอถอยหนีไม่ได้ สุดท้าย...ก็ต้องยอมปล่อยให้เขามองอยู่แบบนั้น

“ขอดูหน้าเขาให้ชัดๆ หน่อยได้ไหม?”

“พี่โอบจะมายุ่งกับลูกของอิงทำไม?”

“ทำไมถึงยุ่งไม่ได้ ในเมื่อพี่ไม่ใช่คนอื่น”

“อิงไม่อยากให้พี่มายุ่งกับลูกของอิง” พูดจบก็ขยับตัวหนี แต่มีหรือที่โอบนิธิจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ

“กำลังกลัวอะไรอิงดาว มีอะไรที่พี่ควรรู้ใช่ไหม?”

“เปล่า...อิงไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น!”

“ถ้าไม่ได้กลัวก็ไม่เห็นต้องปิดบังอะไร ถ้าบอกว่าเขาไม่ใช่ลูกของพี่ พี่คงไม่หน้าด้านถึงขนาดจะโมเมเอาเองว่าเขาเป็นลูกหรอก”

เว้นเสียแต่ว่าใช่...ก็จะทำยิ่งกว่าหน้าด้านเพื่อให้ได้เธอกับลูกคืนมา นั่นคือคำพูดที่เขาต่อท้ายประโยคอยู่ในใจเงียบๆ

“พูดแบบนี้แปลว่าพี่โอบคงไม่อยากมีลูก”

“ยังไม่เคยพูดสักคำว่าไม่อยาก!” เขาย้อนกลับทันควัน ไม่รอให้เธอเอ่ยปากแย้งรอบสอง “เพราะคนที่อยากให้เป็นแม่ของลูกมีอยู่แค่คนเดียว แต่เขากลับทิ้งพี่ไปอย่างหน้าตาเฉย”

สายตาของคนทั้งคู่สอดประสาน แต่เป็นอิงดาวที่ไม่อาจมองหน้าเขาได้นานนัก ด้วยรู้เต็มอกว่าความผิดในครั้งนี้ เธอเองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง

เกี่ยวโดยตรง...ตามคำพูดของผู้หญิงคนนั้น

ผู้หญิงคนที่แสดงออกเสมอมาว่าไม่ชอบเธอ ท่านไม่ต้องการให้โอบนิธิคบหากับใครนอกจากคนที่ท่านเลือกให้

จึงพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้เธอและเขาต้องแยกจากกัน ถึงขนาดตามมาถึงบ้าน พูดจาด้วยถ้อยคำที่ไม่ดีก็หลายหน และที่ร้ายแรงสุด ก็คงไม่พ้นครั้งสุดท้าย ที่ทำให้เธอต้องตัดสินใจจากไป

เพราะหลังจากที่ถูก ‘คุณยาย’ ของเขาพูดจาถากถางให้ต้องเจ็บช้ำ เงินสดหนึ่งแสนบาทก็ถูกโยนมาให้ตรงหน้า ทั้งเธอและแม่ต่างก็หน้าชา ไม่คิดว่าท่านจะตีค่าความรักระหว่างคนสองคนด้วยเงินทอง

เธอไม่ได้ตัดสินใจคบเขาเพราะเรื่องแบบนี้ และเธอก็ไม่อาจทนถูกตราหน้าในทางที่ไม่ดีด้วยเหมือนกัน

เธอเหนื่อย...เหนื่อยเกินกว่าที่หัวใจจะรับไหวแล้วจริงๆ

“อิงพอจะรู้ไหม ว่าคนที่ว่าเขาหายไปอยู่ที่ไหน เขาเชื่อคำพูดของใคร ถึงได้จากพี่ไปโดยไม่คิดจะลากันแบบนั้น”

“พี่โอบ...”

“อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้ ว่ายายมาหาอิงถึงที่นี่”

น้ำเสียงของเขาเครียดขึงยามที่เอ่ยถึงเรื่องนี้ ผ่านมาจนร่วมปี ก็ยังไม่อาจให้อภัยคนเป็นยายได้

แม้ว่าในวันนี้...คนที่สร้างเรื่องจะไม่มีลมหายใจแล้วก็ตาม

“ถ้าโอบรู้...ทำไมถึงไม่จัดการให้เรียบร้อยล่ะลูก ปล่อยให้เขามาระรานน้องทำไม รู้ไหมว่าอิงต้องเจอกับอะไรบ้าง”

นางเอื้อมเดือนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ความที่รู้จักกันมานานทำให้ท่านกล้าเอ่ยปากถาม ไม่ชอบใจที่ยายของโอบนิธิมาขู่แถมยังวุ่นวาย ไม่ชอบที่ลูกสาวถูกดูแคลน ว่ารักคนตรงหน้าเพราะเงินทอง!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป